นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะพิจารณานำที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) บริเวณ ก.ม.11 หลังกระทรวงพลังงาน เขตจตุจักร และที่ริมแม่น้ำ พระราม 3 ถนนเชื้อเพลิง มาบริหารจัดการเพิ่ม นอกเหนือจากการตั้งคณะทำงานในการตีมูลค่าพื้นที่มักกะสัน เพื่อแลกกับการชำระหนี้คงค้างของรฟท. ที่ค้างกระทรวงการคลังอยู่กว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงการคลังจะทำสัญญาเช่าที่ระระยาวจากรฟท. เช่น กรณีที่ดินตรงมักกะสันของรฟท. ซึ่งมีจำนวน 490 ไร่ ว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงสังคมและพาณิชย์อย่างไร
“ประเมินพื้นที่มักกะสันโดยจะต้องดูว่าจะจัดสรรอย่างไร ทั้งมาทำสวนสาธารณะ คู่กับบึงมักกะสัน เพื่อเป็นปอดกรุงเทพฯ เพิ่มเติม และการตีมูลค่าในพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะต้องประเมินเงินที่ได้กลับมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนพื้นที่จตุจักร กม.11 หลังกระทรวงพลังงาน ที่แม่น้ำพระราม 3 ถนนเชื้อเพลิง ก็ต้องประเมินด้วยว่าคุ้มหรือไม่“ นายกุลิศกล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังมีสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์พื้นที่ของรฟท. ในระยะยาว เพื่อชำระหนี้คงค้าง และให้กระทรวงการคลังมีสิทธิ์ร่วมพิจารณาในพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากมักกะสัน
สำหรับการใช้ประโยชน์จากการเช่าพื้นที่มักกะสัน ที่จะนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่สวนสาธารณะคู่กับบึงมักกะสัน พื้นที่แก้มลิง และใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทางกระทรวงการคลังได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อประเมินมูลค่าที่ดินและการใช้ประโยชน์ โดยมีนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เป็นประธาน ร่วมกับปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงคมนาคม รฟท. ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการประเมินที่ดิน และ สคร. ซึ่งเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าพื้นที่จะไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท จึงให้ยังต้องหาที่ดินแปลงอื่นคือ บริเวณ ก.ม.11 หลังกระทรวงพลังงาน เขตจตุจักร และที่ริมแม่น้ำ พระราม 3 ถนนเชื้อเพลิง เพื่อให้เพียงพอต่อการล้างภาระหนี้ที่คงค้างมากกว่า 8 หมื่นล้านบาท

Blogger Comment
Facebook Comment